วันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

บันทึกอนุทินครั้งที่11

บันทึกอนุทินครั้งที่  11


 บันทึกอนุทิน
  วิชา การจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

    อาจารย์ผู้สอน  อาจารย์  จินตนา  สุขสำราญ 
        วัน/เดือน/ปี   28 ตุลาคม   2557  ครั้งที่ 11
     เวลาเข้าสอน  08.00 น.    เวลาเรียน 08.30  น.
           เวลาเลิกเรียน   12.20 น.

กิจกรรมภายในวันนี้

    วันนี้อาจารย์ทบทวนความรู้ที่เรียนไปคือคณิตศาสตร์กับภาษา เป็นเครื่องมือกับ วิทยาศาสตร์แนวคิดพื้นฐานวิทยาศาสตร์คือ การเปลี่ยนแปลง  ความแตกต่าง ความสมดุล การปรับตัว และวันนี้อาจารย์พาทดลองเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์มากมาย



การทดลอง เรื่อง อากาศ
อุปกรณ์ คือ ไม้ขีดไฟ เทียน ถ้วย  แก้ว
การทดลอง  คือ  เอาไฟมาจุดเทียนตั้งไว้บนถ้วย แล้วเอาแก้วครอบจะเกิดอะไรขึ้น
         อากาศที่อยู่ในแก้วทำให้เทียนดับ เด็กจะเกิดคำถามว่าทำไมไฟดับ จึงเกิดการค้นคว้าเป็นสาระ ในเรื่อง  สิ่งรอบตัว






   
การทดลอง เรื่อง คณิตศาสตร์
อุปกรณ์ คือ กระดาษ น้ำ ที่ใ่สน้ำ
การทดลอง พับกระดาษ 2 ครึ่งแล้วฉีกตรงมุมให้เหมือนดอกไม้แล้วพับลงทั้ง4ด้านแล้วเอาไปวางลงน้ำกระดาษจะค่อยๆคลี่ออกเหมือนดอกไม้บาน
 เป็นเรื่องของการดูดซึมจากกระดาษ





การทดลอง เรื่อง การลอยการจม

อุปกรณ์ คือ ดินน้ำมัน น้ำ ที่ใส่น้ำ
การทดลอง  ปั้นดินน้ำมันเป็นก้อนกลมๆแล้วนำมาวางลงในน้ำ และปั้นเป็นก้อนกลมๆแล้วนำมาวางลงในน้ำเหมือนเช่นเคย
 =  วัตถุที่จมน้ำบางชนิดอยู่เหนือผิวน้ำได้สาเหตุเพราะวัตถุที่ลอยน้ำได้มีความหนาแน่นน้อยกว่าน้ำ  

= วัตถุลอยน้ำได้แสดงว่าน้ำหนักวัตถจะกดลงสู่พื้นโลกในขณะที่น้ำจะดันวัตถุให้ลอยขึ้นด้วยแรงเท่ากัน
  



การทดลองเรื่อง  น้ำ

อุปกรณ์ คือ  น้ำ    ขวดน้ำที่มีฝาปิดเจาะรู
การทดลอง กรอกน้ำลงในขวดไปเรื่อยๆและเอาฝาปิดปากขวดไว้แล้วก็เปิดออก
   ของเหลวมีการกระทำของวัตถุทุกทิศทุกทางแรงที่ของเหลวกระทำตั้งฉากต่อหนึ่งหน่วยพื้นที่เรียกว่าความดันของเหลว  ความดันของเหลวมีความสัมพันธ์กับความลึกของของเหลวโดยที่ระดับความลึกมากความดันของเหลวก็จะมีค่ามาก




การทดลอง เรื่อง  การไหลของน้ำ

   อุปกรณ์ คือ  ขวดน้ำ สายยาง ดินน้ำมัน โดยปลายสายยางมีในขวดและปลายอีกข้างหนึ่งมีน้ำมันที่ประกบไว้ (ตามรูป)
    การทดลอง   เทน้ำลงในขวดวางดินน้ำมันในระดับเดียวกันแล้วสังเกต
เทน้ำลงในขวดวางแล้วนำดินน้ำมันวางลงที่ต่ำแล้วสังเกต

     การไหลของน้ำคือ การไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำฉะนั้นการไหลที่เราทดลองถ้าวางในระดับเดียวกันน้ำจะไหลในระดับเดียวกันน้ำไม่พุ่งออกมา แต่ถ้าเอาสายยางวางในระดับต่ำทำให้น้ำพุ่งออกมาเป็นอย่างดี


 การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้

      เพื่อนำแนวทางการสอนของอาจารย์ไปเป็นวิธีการสอนให้กับเด็ก พาเด็กทดลองและค้นคว้าหาคำตอบ การให้เด็กได้ทดลองทำให้เด็กเกิดการอยากรู้อยากเห็นและค้นคว้าหาคำตอบ

   ประเมินตนเอง
     
       แต่งกายเรียบร้อย ทดลองทุกกิจกกรมที่อาจารย์เตรียมมา ให้ความร่วมมือกันภายในห้องไดดี

ประเมินเพื่อนๆ

     เพื่อนๆน่ารัก แต่งกายเรียบร้อยร่วมกันสนทนาและหาคำตอบกันได้เกือบทุกคน สนใจในการทดลองต่างๆแล้ให้ความร่วมมือกันเป็นอย่างดี

ประเมินอาจารย์ 

     อาจารย์มีกิจกรรมการทดลองวิทยาศาสตร์มาให้นักศึกษาได้ทำ ได้ปฏิบัติเพื่อค้นหาสาเหตุและคำตอบร่วมกัน












วันพฤหัสบดีที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2557

บัทึกอนุทินครั้งที่10

บันทึกอนุทินครั้งที่  10


 บันทึกอนุทิน
  วิชา การจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

    อาจารย์ผู้สอน  อาจารย์  จินตนา  สุขสำราญ 
        วัน/เดือน/ปี   21 ตุลาคม   2557  ครั้งที่ 10
     เวลาเข้าสอน  08.00 น.    เวลาเรียน 08.30  น.
           เวลาเลิกเรียน   12.20 น.

กิจกรรมภายในวันนี้

    วันนี้อาจารย์ให้โอกาสคนที่ไม่ได้เสนองานในคาบก่อน ได้ออกไปนำเสนองานวิทยาศาสตร์และสอนการเขียนแผนในวันนี้คือ การทำหน่วยที่จะสอนและมีแนวคิด ประสบการณ์สำคัญ  เทคนิคการจัดกิจกรรม  การบูรณาการทักษะรายวิชา และแผนการจัดประสบการณ์ทั้ง 5 แผน

               แผนของกลุ่มดิฉัน คือ ทุเรียน
     

 



 สรุปองค์ความรู้ที่ได้รับ( knowledge)

     การเขียนแผนจำเป็นอย่ายิ่งในการสอนเด็กทั้ง 5 วัน การตั้งวัตถุประสงค์ควรให้เด็กสามารถแสดงพฤติกรรมออกมาได้และการจัดกิจกรรมควรไม่ยืดเยื้อหรือนานจนเกิดไป ประสบการณ์ก็ควรให้ครบ ทั้ง 4 ด้าน ร่างกาย อารมณ์ สังคม และ สติปัญญา 


การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้

      เพื่อนำแนวทางการสอนของอาจารย์ไปเป็นวิธีการสอนให้กับเด็ก โดยการเขียนแผนต้องมีวัตถุประสงค์  การวัดผลและประเมินผลอยู่เสมอเพื่อการรับรู้ถึงการแสดงออกทางพฤติกรรมทั้ง4ด้านของเด็ก


   ประเมินตนเอง
     
        วันนี้ออกไปนำเสนอว่าวกระดาษและสาธิตให้เพื่อนๆดูได้ดี แต่งกายเรียบร้อย และฟังอาจารย์สอนการเขียนแผนได้ดี

ประเมินเพื่อนๆ

     เพื่อนๆน่ารัก แต่งกายเรียบร้อยร่วมกันสนทนาและหาคำตอบกันได้เกือบทุกคน ตั้งใจเรียน นั่งกันเป็นกลุ่มในการปรึกษาหารื้อกันในการเขียนแผน

ประเมินอาจารย์ 

     อาจารย์มุ่งมั่นในการสอนเพราะอยากให้นักศึกษาได้ความรู้มากๆ และนำไปปฏิบัติได้ในชีวิตประจำวัน ได้ในการสอนเด็กทั้ง5วัน











วันพฤหัสบดีที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2557

บันทึกอนุทินครั้งที่9

บันทึกอนุทินครั้งที่  9


 บันทึกอนุทิน
  วิชา การจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

    อาจารย์ผู้สอน  อาจารย์  จินตนา  สุขสำราญ 
        วัน/เดือน/ปี   14 ตุลาคม   2557  ครั้งที่ 9
     เวลาเข้าสอน  08.00 น.    เวลาเรียน 08.30  น.
           เวลาเลิกเรียน   12.20 น.


กิจกรรมภายในวันนี้

       อาจารย์ให้นั่งโต๊ะเป็นเลขที่ตั้งแต่ 1-49 และออกไปแสดงผลงานสิ่งประดิษฐ์วิทยาศาสตร์

ว่าวกระดาษ




อุปกรณ์
  1.  กระดาษขนาด A4 : ถ้าเป็นกระดาษที่ยังไม่ได้ใช้ ก็จะสามารถใช้วาดรูประบายสีเพื่อตกแต่งได้
  2.  โครงว่าว : เนื่องจากเป็นว่าวตัวเล็ก โครงที่ใช้จึงมีขนาดเล็กด้วย อาจทำมาจากไม้เสียบหมูหรือไก่ ที่ใช้แล้ว ก็ได้
  3.  ป่าน หรือ เชือกว่าว
  4.  อุปกรณ์ตกแต่ง : ดินสอสี, สติ๊กเกอร์
  5.  อุปกรณ์อื่นๆ : กรรไกร, คัตเตอร์ เทปกาว


ขั้นตอนการประดิษฐ์
นำกระดาษ A4 มา 1 แผ่น พับครึ่งดังภาพ

พับอีกครั้ง ตามรอยเส้นประ
ขั้นตอนนี้ กะขนาดเองครับ
พับแล้วออกมาแบบนี้ด้านนี้จะเป็นด้านหลังของว่าวครับ
พับอีกด้านหนึ่งไปด้านหลัง
คลี่ส่วนที่พับไปด้านหลังออกมา แล้วใช้เทปกาวปิดตลอดความยาวของแนวพับ (แนวสีส้ม)
พลิกว่าว และระบายสีว่าวด้านหน้าตามใจชอบ
เหลาไม้ไผ่ให้เป็นก้านบางๆ วางทาบบนด้านหลังของว่าว ใช้เทปกาวติดโครงให้เข้ากับว่าว
ถ้าติดโครงก่อน เวลาระบายสีจะนูนขึ้นมา ทำให้ระบายได้ลำบากครับ
ด้านหน้าของว่าว หลังจากระบายสีแล้วส่วนกระดาษที่เป็นสามเหลี่ยมด้านหน้านั้น ดูตอนนี้เหมือนจะเกะกะไปสักหน่อย แต่พอขึ้นไปบนฟ้าแล้ว จะมองไม่เห็นครับ เพราะอยู่ในแนวขนานกับสายตา
กำหนดจุดที่จะเจาะรูเพื่อร้อยเชือกว่าว จุดดังกล่าวจะอยู่บนแผงด้านหน้านี้เอง ห่างจากด้านบนของว่าวลงมาประมาณ 1 ใน 3 ของความสูงของว่าว
เมื่อกำหนดจุดได้แล้ว ใช้เทปกาวปิดทั้งสองด้าน เพื่อเสริมความแข็งแรง จากนั้นใช้ที่เจาะรูกระดาษ เจาะรู ณ จุดที่กำหนดไว้
ตัดกระดาษเป็นชิ้นยาว ต่อกันเป็นหางยาวด้วยเทปกาว ติดหางเข้ากับตัวว่าวร้อยเชือกว่าว ผ่านรูที่เจาะไว้ แล้วผูกยึดให้เรียบร้อย
หาจุดที่ลมดีๆ แค่นี้ว่าวก็แทบจะขึ้นเองแล้ว ...


        สรุปองค์ความรู้ที่ได้รับ( knowledge)

     การประดิษฐ์สื่อวิทยาศาตร์ทุกชิ้นสำคัญในการสอนเด็กปฐมวัยเพราะการประดิษฐ์ชิ้นงานวิทย์ ขึ้นมาเพื่อเป็นการสอนในทางวิทยาศาสตร์ เช่น การเคลื่อนที่ของแรงลม การหักเหของแสง การต้านอากาศ เป็นต้น สื่อทุกชนิดล้วนมีประโยชน์ในการสอนกับเด็ก


การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้


    เพื่อนำไปเป็นสื่อการเรียนการสอนของเด็กปฐมวัย การสอด

แทรกความรู้ของวิทยาศาสตร์ให้กับเด็ก ในการเล่นว่าวนั้นเด็กจะเรียน

รู้ถึงการต้านอากาศของปีกว่าวจึงทำให้ว่าวลอยขึ้นได้และรู้ว่าต้องเล่น

ในที่ที่มีลม
   
ประเมินตนเอง

     
     วันนี้ไม่ได้ออกไปนำเสนอผลงานเพราะยังไม่เสร็จ แต่งกายเรียบร้อย ตั้งใจเรียนและร่วมตอบคำถามกับเพื่อนๆได้จดเนื้อหาที่เป็นความรู้ไว้ในสมุด 

ประเมินเพื่อนๆ

  เพื่อนๆน่ารัก แต่งกายเรียบร้อยร่วมกันสทนาและหาคำตอบกันได้เกือบทุกคน ตั้งใจเรียน เพื่อนๆให้โอกาสในการนำผลงานวิทยาศาสตร์มาโชว์

ประเมินอาจารย์ 

   อาจารย์มุ่งมั่นในการสอนเพราะอยากให้นักศึกษาได้ความรู้มากๆ และนำไปปฏิบัติได้ในชีวิตประจำวัน 




วันจันทร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2557

บันทึกอนุทินครั้งที่ 8

บันทึกอนุทินครั้งที่  8

 บันทึกอนุทิน
  วิชา การจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

    อาจารย์ผู้สอน  อาจารย์  จินตนา  สุขสำราญ 
        วัน/เดือน/ปี  7 ตุลาคม   2557  ครั้งที่ 8
     เวลาเข้าสอน  08.00 น.    เวลาเรียน 08.30  น.
           เวลาเลิกเรียน   12.20 น.

กิจกรรมภายในวันนี้

                          ระหว่างวันที่ 6 - 12 ตุลาคม 2557 นี้ เป็นช่วงสอบกลางภาค (Mid Taem)จึงไม่มีการเรียนการสอนแต่อย่างใด 









       "ขอให้ทุกๆคนโชคดีในการสอบ"




บันทึกอนุทินครั้งที่7

บันทึกอนุทินครั้งที่  7


 บันทึกอนุทิน
  วิชา การจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

    อาจารย์ผู้สอน  อาจารย์  จินตนา  สุขสำราญ 
        วัน/เดือน/ปี  30 กันยายน   2557  ครั้งที่ 7
     เวลาเข้าสอน  08.00 น.    เวลาเรียน 08.30  น.
           เวลาเลิกเรียน   12.20 น.


กิจกรรมภายในวันนี้

  อาจารย์ให้ทำกิจกรรมคือการประดิษฐ์ กังหันกระดาษและประดิษฐ์  ของเล่นจากแกนทิชชูและสอนวิธีการเขียนแผน

การทำกิจกรรม ประดิษฐ์ 

                               กังหันกระดาษ


   

อุปกรณ์
1.กระดาษสีต่างๆ

2.คลิปหนีบ


3.กรรไกร

ขั้นตอนการทำ

1.พับกระดาษครึ่งตรงกลาง
ระหว่างแนวตั้งและเเนวนอน

2.ตักกระดาษทางแนวตั้ง

ตัดถึงจุดตรงกลาง 

3.พับกระดาษด้านที่ยังไม่ตั

ดพับขึ้นมาเล็กน้อย

4.นำคลิปมาหนีปตรงที่พับ


5.พอทำเสร็จก็โยนเล่นโยนขึ้นจากที่สูง


หลังจากที่ประดิษฐ์เสร็จ อาจารย์ก็ให้ออกไปนำเสนอ


กลุ่มที่1 หมุน เพราะการตัด พับได้ลงตัวพอดี


กลุ่มที่2 ไม่หมุนเพราะ การพับ มีพื้นที่น้อย (หมุนเล็กน้อยในตอนที่จะตกลงพื้น)


กลุ่มที่3 ไม่หมุนเลยลงเร็ว เพราะกานพับพื้นที่น้อย ปีกสั้น


กลุ่มที่4  หมุนเพราะ  ตัดให้ยาวขึ้น เปลี่ยนวิธีการหมุน หมุนลงช้าเพราะแรงเหวี่ยงของเรา


การให้เด็กลงมือทำไม่ยาก เพราะไม่มีขั้นตอนที่ยุ่งยาก เสริมความคิดสร้างสรรค์ วาดรูป ตกแต่งผลงาน


     อากาศ (
Weather) เกิดจากการเคลื่อนที่      
    ลม(Wind)คือ อากาศที่เคลื่อนที่ เพราะอากาศกระทบกันทำให้รู้สึกเย็น

    การพิสูจน์ อากาศ คือ การนำเอาลูกโป่งมาเป่า หรือถุงต่างๆเอามาเปาแล้วก็เกิดการพองโต อากาศก็จะมีพื้นที่ในนั้น




 การทำกิจกรรม ประดิษฐ์ 

                         ของเล่นจากแกนทิชชู






 อุปกรณ์
                                              

1.แกนทิชชู

2.เชือก

3.ที่เจาะรู

4.กระดาษสีต่างๆ

5.กาว

6.สี ดินสอ


ขั้นตอน

1.ตัดแกนทิชชูครึ่งกลาง

2.เจาะรูสองรูข้างๆแกนทิชชู

3.สอดเชือกเข้าไปทั้ง2รูแล้วมัด
ให้แน่นสามารถคล้องคอและเล่นได้

4.วาดรูปอะไรก็ได้
ตามใจชอบใส่กระดาษ

5.ตกแต่งรูปภาพที่วาดให้สวยงาม
แล้วนำไปติดตกแต่งที่แกนทิชชู





บทความ (Article)


เพื่อนๆออกไปพูดบทความ

1.สะกิดให้ลูกคิดแบบวิทยาศาสตร์ศึกษาเพิ่มเติม
“2.สอนเด็กอนุบาลด้วยนิทาน สนุกสนานเรียนรู้ได้ทุกวิชา”ตามเด็กปฐมวัยเรียนรู้วิทย์จากไก่และเป็ดศึกษาเพิ่มเติม
3.เทคนิคการสอนวิทยาศาสตร์ ศึกษาเพิ่มเติม
4.หลักสูตรวิทยาศาสตร์ปฐมวัย จำเป็นหรือไม่ ?ศึกษาเพิ่มเติม
5.ส่งเสริมกระบวนการคิดสำหรับเด็กศึกษาเพิ่มเติม


    อาจารย์บอกวิธีการเขียนแผนและให้ดูรูปแบบแผน ดูรูปแบบแผนและเเบ่งกลุ่มงานที่จะได้รับผิดชอบในการเขียนแผน

           สรุปองค์ความรู้ที่ได้รับ( knowledge)




การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้

       สามารถนำสิ่งที่ประดิษฐ์นี้นำไปใช้ประดิษฐ์ให้เด็กเล่นได้ และให้เด็กประดิษฐ์เองได้เพราะวิธีการทำมันไม่ยุ่งยากเด็กสามารถทำได้ และยังสอดแทรกเนื้อหาวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับเรื่อง แรง อากาศ ให้เด็กเรียนรู้ได้ เป็นการเรียนรู้ประกอบการเล่นจะทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ที่สนุก 

ประเมินตนเอง
     
     แต่งกายเรียบร้อย ตั้งใจเรียนและร่วมตอบคำถามกับเพื่อนๆได้จดเนื้อหาที่เป็นความรู้ไว้ในสมุด ประดิษฐ์ ผลงานได้สำเร็จทันเวลาและเล่นได้

ประเมินเพื่อนๆ

  เพื่อนๆน่ารัก แต่งกายเรียบร้อยร่วมกันสทนาและหาคำตอบกันได้เกือบทุกคน ทุกคนประดิษฐ์ผลงานได้สวยๆกันทั้งนั้น ตั้งใจเรียน

ประเมินอาจารย์ 


   อาจารย์แต่งกายเรียบร้อย อาจารย์ใช้คำถามถามเพื่อให้ทดสอบความรู้นักศึกษาว่ามีมากน้อยแค่ไหน และใช้คำถามชวนในการคิดหาคำตอบ 

สาระเพิ่มเติ่ม


              อากาศมหัศจรรย์
รอบๆตัวเรามีอากาศ อากาศอยู่ได้ทุกที่ ลมคือ อากาศที่เคลื่อนที่ เพราะอากาศกระทบกันทำให้รู้สึกเย็น

การทดลองอากาศมีจริงหรือเปล่า...?
    เติมน้ำผ่านขวดโดยเท่น้ำผ่านกรวยที่อยู่บนปากขวด  ปรากฏว่าน้ำไหลผ่านลงไปได้อย่างสบายๆ
    ที่นี้ลองเอาดินน้ำมันมาพอกปิดปากบริเวณรอบๆกรวย ลองเท่น้ำลงไปปรากฎว่าน้ำไหลผ่านลงไปได้ช้ามากๆ พอลองเอาดินน้ำมันออกน้ำไหลได้ดี
    จากการทดลองนี้น้ำไหลลงไปได้สบายๆนั้นเพราะอากาศจากในขวดจะถูกน้ำเข้าไปแทนที่ทันทีเมื่อเราเท่น้ำลงไปอากาศจะออกไปทางปากขวด ดังนั้น เมื่อเรานำดินน้ำมันมาปิดบริเวณรอบๆกรวย อากาศก็จะไม่สามารถออกมาได้จึงต้องคอยดันน้ำไม่ให้ไหลลงมา
    อากาศไม่มีรูปร่างแต่มีน้ำหนัก เช่น มีตาชั่งแขวน แล้วนำลูกโป่งมาติดปลายตาชั่งข้างละ 1 ใบจากนั้นเราจะปล่อยลมออกจากข้าง1อีกข้างหนึ่งที่ไม่ได้ปล่อยลมจะกดลงน้ำหนักจะอยู่ต่ำ ข้างที่ถูกปล่อยลมจะลอยอยู่ด้านบน 
อากาศร้อน อากาศจะมีน้ำหนักที่เบา พออากาศเบาก็จะลอยสูงขึ้น เช่น การผลิตบอลลูน  โคมลอย
อากาศเย็น อากาศที่เคลื่อนที่เข้ามาแทนอากาศร้อนก็คือลมท่ผ่านไปทำให้เราเย็นสบาย
  ลม    เกิดขึ้นได้ตลอดเวลาขึ้นอยู่กับว่าแต่ละพื้นที่มีความร้อนและเย็นต่างกันแค่ไหนลมสามารถเปลี่ยนทิศทางไปตามวัตถุที่ขว้างทางได้

แรงดันอากาศ คือ แรงที่อากาศกดลงยังพื้นผิวของวัตถุต่างๆการนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน คือ การเจาะรูกระป๋องนมที่ฝั่งตรงข้าม 2 รู การดูดน้ำจากหลอด

การพับจรวด 2 แบบ ต่างกัน แบบที่1 บินไม่ได้ดี  แบบที่2 บินได้ดีเพราะเเรงต้านของอากาศไม่เท่ากันจึงทำให้เครื่องบินไปได้ไกลไม่เท่ากัน

แรงต้านอากาศ   คือ แรงที่อากาศต้านการเคลื่อนที่ของวัตถุต่างๆ เช่น เวลารถวิ่งก็จะมีลมสวนมาลมก็คือแรงต้านอากาศ  การกระโดดร่มต้านผ้าร่มทำให้เราตกลงมาที่พื้นอย่างช้าๆ




วันเสาร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2557

บันทึกอนุทินครั้งที่6

บันทึกอนุทินครั้งที่  6

     บันทึกอนุทิน
วิชา การจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอนอาจารย์  จินตนา  สุขสำราญ 
       วัน/เดือน/ปี  23 กันยายน 2557 ครั้งที่ 6
   เวลาเข้าสอน  08.00 น.  เวลาเรียน 08.30  น.
        เวลาเลิกเรียน   12.20 น.


กิจกรรมภายในวันนี้

อาจารย์พูดถึง วิธีการเรียนรู้ และ การเรียนรู้ด้วยตนเอง (Constructionism)


     การที่เด็กลงมือกระทำกับวัตถุโดยผ่านประสามสัมผัสทั้ง5 
คือ   วิธีการเรียนรู้ 
    เช่น  การเดินทางมาเรียนโดยได้ทั้ง 3ทาง คือ รถไฟ เรือ รถเมล์เราวิเคราะห์รวบรวมความคิดที่จะมาแล้วว่าจะมาทางไหน เช่น อาจมาทางเรือ เพราะมันรวดเร็ว  สะดวก และประหยัด เป็นต้น นี้ก็เป็น วิธีการเรียนรู้  ของบุคคลนั้นที่ใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 โดยทดลองและเรียนรู้ในการกระทำลงมือปฏิบัติกับสิ่งนั้น


      การเรียนรู้ด้วยตนเอง(Constructionism )คือ เราได้เรียนรู้โดยการลงมือทำด้วยตนเอง(Learning by doing) เราทำสิ่งที่เราสนใจอยากจะทำและทำในสิ่งที่เราเป็นผู้คิดเองว่าจะทำอะไร(ไม่มีใครบังคับ) ในขณะที่ทำเราก็จะเรียนรู้สิ่งต่างๆที่เป็นความรู้ไปพร้อมๆกัน

       เพื่อนๆออกไปพูดบทความ
1.สอนลูกเรื่องพืช
2.เรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านนิทานสำหรับเด็กปฐมวัย
3.แนวทางสอนคิด เติมวิทยาศาสตร์ให้กับเด็ก
4.การทดลองวิทยาศาสตร์สนุกๆสำหรับคุณหนูๆ



                       สรุปความรู้ที่ได้รับ( knowledge)


   


    


กิจกรรมศิลปะ

อุปกรณ์ 

     -กระดาษ

     -สี  ดินสอ

     -กาว

     -ไม้แหลมๆ เช่น ไม้เสียบลูกชิ้น





  



ขั้นตอนการทำ 

1.นำกระดาษพับครึ่ง

2.วาดรูปที่สัมผัสกัน เช่น ปลา กับ สาหร่าย *ตามใจชอบของเด็ก

3.พอวาดเสร็จก็ทากาวเอาไม้ไว้ตรงกลางของกระดาษที่พับครึ่ง

4.เสร็จเรียบร้อยก็ นำมาหมุนเล่น


ประโยชน์จากการทำ


-นำมาใช้ในการเล่นของเด็กปฐมวัย

-เด็กได้เรียนรู้ ถึงวิทยาศาสตร์จากการหมุน ซึ่งภาพที่วาดมันจะ

ซ้อนกันทำให้มีมิติในการเห็นภาพนั้นมีความสัมพันธ์กัน เช่น 

ภาพปลาและสาหร่ายถ้าหมุน ก็ทำให้เห็นว่าปลากำลังว่ายผ่าน

สาหร่ายไปมา เป็นต้น


            ผลงานที่สำเร็จ







การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้

    เพื่อนำไปเป็นสื่อการเรียนการสอนของเด็กปฐมวัย การสอด

แทรกความรู้ของวิทยาศาสตร์ให้กับเด็ก  คือ การเกิดภาพที่มีการ

ซ้อนกัน และการทดลอง ด้วยตัวเด็กเอง 

   ครูควรให้เด็กลงมือทำด้วยตนเอง  ได้เรียนรู้โดยการลงมือทำด้วยตนเอง(Learning by doing) เช่นการประดิษฐ์ ผลงานศิลปะ 

ประเมินตนเอง

     
     แต่งกายเรียบร้อย ตั้งใจเรียนและร่วมตอบคำถามกับเพื่อนๆได้จดเนื้อหาที่เป็นความรู้ไว้ในสมุด

ประเมินเพื่อนๆ

  เพื่อนๆน่ารัก แต่งกายเรียบร้อยร่วมกันสทนาและหาคำตอบกันได้เกือบทุกคน ตั้งใจเรียน

ประเมินอาจารย์ 

   อาจารย์มุ่งมั่นในการสอนเพราะอยากให้นักศึกษาได้ความรู้มากๆ และนำไปปฏิบัติได้ในชีวิตประจำวัน และให้การบ้านเพื่อให้ไปค้นคว้าด้วยตนเอง ศึกษาด้วยตนเอง
  


สิ่งที่หาเพิ่มเติม


 My Home
“เฟรอเบล”  บิดาการศึกษาปฐมวัย

            เฟรดริค วิสเฮม เฟรอเบล ผู้นำการศึกษาอนุบาลที่ได้รับ

ขนานนามว่าเป็น “บิดาการศึกษาปฐมวัย” ด้วยการพัฒนา

โรงเรียนอนุบาลแห่งแรกขึ้นในประเทศเยอรมนีในปี ค.ศ. 1837 

เป็นผู้ริเริ่มแนวคิดการจัดการศึกษาปฐมวัยให้เป็นไปอย่างมีรูป

แบบ กำหนดให้มีการวางแผนการสอน มีหลักสูตรสำหรับการ

ศึกษาปฐมวัย มีการฝึกหัดครู รวมถึงการพัฒนาการสอนเด็ก

ปฐมวัยด้วยการผลิตอุปกรณ์การสอน ที่เรียกว่า ชุดอุปกรณ์ และ

การจัดกิจกรรมสำหรับเด็กปฐมวัยที่เรียกว่า การงานอาชีพ
เฟรอเบลเชื่อว่าเด็กมีความสามารถในสิ่งดีงาม มาตั้งแต่เกิด เด็ก

ปฐมวัยควรจะเรียนรู้ด้วยการเล่น การแสดงออกอย่างอิสระ เด็ก

ควรได้รับประสบการณ์จากการเรียนรู้ทั้งนอกชั้นและในชั้นเรียน

โดยเฉพาะประสบการณ์ที่ได้มาจากการเล่น ด้วยเหตุผลนี้เฟรอ

เบลจึงใช้พื้นฐานความพร้อมของเด็กในการเรียน พัฒนาการตาม

ช่วงอายุ ธรรมชาติของเด็กและเหตุผลทางคณิตศาสตร์ที่เฟรอเบ

ลมีความสนใจมาจัดทำเป็นชุดของเล่นและกิจกรรมสำหรับเด็กที่

สอดคล้องกับวัยของเด็กโดยเรียกชื่อว่า ชุดอุปกรณ์ (Gifts) และ

การงานอาชีพ (Occupations)

แนวคิด ทฤษฎี ทางการศึกษา 


1. จอนห์น ดิวอี้ (John Dewey) เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ตัดสิน


ใจด้วยตนเอง ผู้สอน มีหน้าที่ช่วยเหลือ ให้คำปรึกษา “การเรียนรู้

เกิดจากการกระทำ(Learning by doing)”


2. สกินเนอร์ (B.F. Skinner) การเรียนรู้แบบการกระทำ และการ

เสริมแรง ทั้งบวก และลบ


3. ฌอง ฌาค รุสโซ (Jean Jacques Rouseeau ) “เด็กเปรียบ

เสมือนผ้าขาว” การให้การศึกษาแก่เด็กต้องทำความเข้าใจ

ธรรมชาติของเด็กเสียก่อน


4. ธอร์นไดค์ (Edward L. Thorndike ) ทฤษฎีสัมพันธ์เชื่อมโยง 

(Connectionism Theory) เน้นสิ่งเร้า(Stimulus)กับการตอบ

สนอง(Response)